วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556

ชนิดของเลนส์ (Lens)


              โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งช่วงของเลนส์เป็น 3 ช่วงคือ มุมกว้าง(Wide angle) , มาตรฐาน(Normal) และ ถ่ายไกล(Telephoto)
             โดยจะแบ่งจากทางยาวโฟกัสเทียบกับเส้นทะแยงมุมของ Image Sensor โดย ถ้าทางยาวโฟกัสมากกว่ามากกว่าเส้นทะแยงมุม ก็จะเป็น เลนส์ถ่ายไกล(Telephoto lens)
ถ้าทางยาวโฟกัสเท่ากับเส้นทะแยงมุม ก็จะเป็น เลนส์ระยะมาตรฐาน(Normal lens)
แต่ถ้ายาวโฟกัสมากกว่าน้อยกว่าเส้นทะแยงมุม ก็จะเป็น เลนส์มุมกว้าง(Wide angle lens)


1.เลนส์มาตรฐาน (Normal lens หรือ Standard lens) 
               เป็นเลนส์ประจำกล้อง           ซึ่งเมื่อซื้อกล้องถ่ายภาพจะมี เลนส์ชนิดนี้ ติดมาด้วยเป็นเลนส์ที่ใช้ง่าย มีความยาวโฟกัส ระหว่าง 40-58 มม. ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นขนาด 50 มม. (โดยวัดจากกึ่งกลางเลนส์ถึงฟิล์ม) เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มเรียนรู้ในเรื่องการถ่ายภาพ เป็นเลนส์ที่มีองศาในการรับภาพ กว้างประมาณ 47 องศา ซึ่งใกล้เคียงกับสายตาของมนุษย์  


เลนส์มาตรฐาน  (Normal lens หรือ Standard lens)
มีความยาวโฟกัสตั้งแต่ 40 - 58 มม. องศาในการรับภาพประมาณ 47 องศา เหมาะสำหรับถ่ายภาพทั่วไป

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

เทคนิคการถ่ายภาพ ซีลูเอท


           ภาพซิลูเอท (Silhouette) พูดง่ายๆก็คือ ภาพเงาดำ นั่นเอง โดยลักษณะของภาพแบบนี้ก็คือเราจะเห็นวัตถุในภาพเป็นเพียงรูปทรงสีดำ ไม่มีรายละเอียดอะไรในรูปทรงนั้นๆ ภาพแบบนี้เราสามารถถ่ายทำได้ง่ายๆ เนื่องจากเราไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญในรายละเอียดของตัวแบบทำให้วิธีการ
                วิธีการก็คือ ให้เราถ่ายภาพย้อนแสงนั่นเอง ถ้าหากเราต้องการความดำแบบชัวร์ๆ ก็สามารถทำได้โดยใช้การวัดแสงเฉพาะจุด เช่น วัดแสงไปที่ท้องฟ้า หรือ พระอาทิตย์ กล้องจะถ่ายรูปที่ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงจนแสงสำหรับตัวแบบของเราไม่พอ
แล้วทำไมเราต้องถ่ายภาพซิลูเอท
เหตุผลนั้นมีหลายประการ เช่น เราต้องการนำเสนอรูปทรงที่น่าสนใจของวัตถุต่างๆ เราก็สามารถนำเสนอได้ในรูปแบบซิลูเอท เพื่อให้จุดสนใจอยู่ที่รูปทรงอย่างเดียว ผู้ชมไม่ต้องวอกแวกไปกับรายละเอียดของตัวแบบ หรือ ตอนถ่ายภาพนั้นไม่มีอุปกรณ์เสริมที่เพียงพอ เช่น ไปถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก ไม่มีฟิลเตอร์ GND ก็ถ่ายเป็นรูปซิลูเอทมาก็สวยได้เช่นกัน




การถ่ายภาพโดยใช้แฟลช
                แฟลชก็เป็น อุปกรณ์เสริมในการถ่ายภาพ โดยปัจุบันสามารถนำแฟลชมาใช้ในงานต่างๆเพื่อเพิ่มความแตกต่างให้การการถ่ายภาพ และให้ภาพถ่ายนั้นสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
                แสง คือ ปัจจัยสำคัญที่สุดของการถ่ายภาพ หากไม่มีแสงก็ไม่สามารถถ่ายภาพได้ โดยทั่วไปแล้วเราอาศัยแสงจากธรรมชาติหรือแสงอาทิตย์ แต่แสงอาทิตย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไม่สามารถควบคุมได้ จึงได้มีการคิดค้นแฟลชเพื่อช่วยให้เป็นแหล่งกำเนิดแสง
          แฟลช (Flash) มีลักษณะเป็นไฟวาบสว่างขึ้นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ เป็นอุปกรณ์จำเป็นอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่สภาพแสงธรรมชาติไม่เป็นตามที่นัก ถ่ายภาพต้องการ ซึ่งเชื่อว่าไม่มีนักถ่ายภาพคนใดไม่รู้จักแฟลช และยังเชื่อต่อไปอีกว่ามีนักถ่ายภาพจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจเรื่องแฟลชดีมากพอ ในบทความนี้จะแนะนำการใช้แฟลชขั้นพื้นฐาน จะเน้นการนำไปใช้งานทั่วไป และสอดแทรกข้อมูลทางเทคนิคบ้าง
                หลักการทำงานของแฟลชแบบ TTL คือแฟลชจะยิงแสงพรีแฟลชออกไปเบา ๆ ก่อนยิงแสงแฟลชจริง แล้ววัดค่าแสงแฟลชที่สะท้อนวัตถุผ่านเลนส์เข้ามา พร้อมกับนำค่าระยะห่างของวัตถุและค่าขนาดช่องรับแสงมาคำนวณก่อนที่ยิงแสง แฟลชจริงออกไป ในบางระบบบันทึกภาพแฟลชจะทำงานเองโดยอัตโนมัติ ที่กล่าวมานั้นเป็นการใช้งานในระบบบันทึกภาพแบบ Creative (P, S, A, M) ซึ่งเป็นระบบที่นักถ่ายภาพต้องควบคุมระบบแฟลชเอง
                การถ่ายภาพในที่มืด ในบางครั้ง เราอาจจะใช้ การ ดันISO ให้สูงๆ แล้วถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย แต่สิ่งที่ตามมากลับเป็น Noise (หรือ สัญญาณรบกวน) ตามมาจนทำให้ภาพ แทบดูไม่ได้   แต่เราสามารถใช้แสงประดิษฐ์ ที่เรียกว่าแฟลช นี้มาเพื่อ การถ่ายภาพกลางคืน โดยที่เราสามารถใช้แฟลช เพิ่มเพิ่มความหน้าสนใจให้กับภาพถ่ายของเราได้อีกหลายวิธี

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

การถ่ายภาพกลางคืน


           การถ่ายภาพกลางคืน (NIGHT LIGHT) ได้แก่ การถ่ายภาพที่อาศัยแสงสว่างจากไฟฟ้าตามท้องถนน ป้ายนีออนโฆษณา น้ำพุ การยิงพลุ ห้องโชว์สินค้า ไฟประดับในวันเฉลิมฉลองต่าง ๆ แสงไฟจากรถยนต์ แสงเทียน สายฟ้าแลบ ดวงจันทร์ และดวงดาวบนท้องฟ้า ความสวยงามต่าง ๆ ที่เราสามารถมองเห็นได้ในเวลาค่ำคืนดังกล่าว เรา สามารถบันทึกภาพที่งดงามเหล่านั้นด้วยกล้องถ่ายภาพได้เช่นเดียวกับการถ่าย ภาพในเวลากลางวัน แต่จะมีเทคนิคดังต่อไปนี้
          การถ่ายภาพกลางคืนไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นจนเกินไป โดยเฉพาะแสงสีในเมืองนั้น สามารถถ่ายภาพให้ดู สวยงามได้ง่ายๆ เพียงแต่มีกล้องที่ปรับความเร็วชัตเตอร์ต่ำได้ และหาวิธีป้องกันภาพสั่นไหวจากความเร็ว ชัตเตอร์ต่ำ หากถือกล้องด้วยมือ ภาพที่ได้จะเบลอไม่คมชัด วิธีที่ดีที่สุดคือใช้ขาตั้งกล้อง ซึ่งจะช่วยลดการ สั่นไหวได้เป็นอย่างดี หากความเร็วชัตเตอร์ต่ำมากๆ เช่น 1 วินาที หรือต่ำกว่านั้น ไม่ควรใช้นิ้วกดปุ่ม ชัตเตอร์โดยตรง เพราะเพียงกดชัตเตอร์เบาๆ ก็อาจเกิดการสั่นไหวจนส่งผลให้ภาพที่ได้ขาดความคมชัด ควรใช้สายลั่นชัตเตอร์ แต่ถ้าไม่มีก็ใช้ระบบถ่ายภาพหน่วงเวลาก็ได้ กล้องบางรุ่นเลือกหน่วงเวลาช่วงสั้นๆ เช่น 2 หรือ 3 วินาที ทำให้ถ่ายภาพได้โดยไม่ต้องรอคอยนานเกินไป สำหรับกล้องดิจิตอลเมื่อมีสิ่งรองรับ กล้องที่มั่นคง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความไวแสงสูงๆ ควรปรับ ISOไปที่ต่ำสุด เพื่อให้ภาพที่ได้มี Noise น้อยที่สุดหรือไม่มีเลย
                การถ่ายภาพกลางคืน จะใช้โหมดที่ทำให้ การเปิดรับแสงของหน้ากล้อง ช้าลงกว่าเดิม หรือไปเพิ่มส่วน ของความไวแสงของตัวรับแสงให้มากขึ้น ดังนั้นเมื่อเราลอง ปรับการถ่ายรูปมาโหมด ถ่ายกลางคืน จะสังเกต ว่า ภาพที่ อยู่ในจอ จะเคลื่อนไหวเหมือนภาพสโลว์เวลาเราเลื่อนกล้องไประหว่างการเล็งถ่ายภาพดัง นั้น ภาพที่ อยู่หน้ากล้อง เวลาที่ถ่ายโหมดกลางคืน ถ้าเป็นวัตถุที่มีการเคลื่อนไหว ก็ จะเกิดเป็น เส้น ของการเคลื่อนไหว เช่น ถ่ายรูปรถที่กำลังวิ่ง อยู่ตอนกลางคืนด้วย โหมด ถ่ายกลางคืน ไฟหน้า ไฟท้าย จะเป็นเส้น ยาวๆ หรือในทางกลับกัน หาก วัตถุที่เราจะ ถ่ายในโหมดกลางคืน ไม่ได้มีการเคลื่อนไหว แต่ มือเรา ดันเคลื่อนไหวตัวกล้อง ซะเอง ขณะกด ชัตเตอร์ผลก็คือภาพ จะเป็นเส้นเช่นเดียวกัน

ดังนั้นหลักการถ่ายภาพกลางคืนโดยการใช้โหมดกลางคืนนั้น มีวิธีการดังนี้
1. การปรับ เอ๊กส์โพส ควรปรับ ให้ โอเวอร์ ประมาณ +0.3 ขึ้นไป จน ถึง 1.2 โดย ยิ่งปรับ โอเวอร์มาเท่าไหร่ มือ
ต้อง ยิ่งนิ่งขึ้นไปเท่านั้น ถ้าต้องปรับเอ๊กส์โพส เยอะมากๆ ควรใช้ ขาตั้งกล้อง หรือ ที่วาง สำหรับ ถ่ายภาพน่าเหมาะสมกว่า
2. แนะนำให้เลือก อุณหภูมิสี แบบ แสงนีออน
3. ขณะเล็งจะถ่ายรูป พยายามดู ว่า สังเกต เห็น Noise ในหน้าจอหรือไม่ เพราะถ้าเห็น ในขณะ ถ่าย เมื่อนำภาพที่ถ่ายลง
คอมพิวเตอร์ ภาพที่ถ่ายมานั้นจะยิ่งมี Noise มากขึ้นอีก
4. สิ่งที่บ่งชี้ได้ ง่ายๆ เลย เรื่อง Noise มากหรือน้อย หาก ถ่ายโหมดกลาง คืน แล้ว เวลากด เล็งโฟกัส หาก สามารถ
โฟกัสได้เร็ว โดยที่ เราก็ปรับ เอ๊กส์โพส ไว้เยอะ นั่น หมายถึง รูปนั้น จะ คมชัด และมี Noise ไม่มาก ต่างกับรูปที่เราต้อง
ใช้เวลา หาโฟกัส อัตโนมัตินานๆ
5. ข้อ สำคัญ เมื่อกด ชัตเตอร์ลงไป แล้ว ควรจะ นิ่ง อยู่ สัก 1 วินาที ก่อน เปลี่ยน ตำแหน่งกล้อง
6. และสุดท้าย ถ้าไม่มีขาตั้งกล้อง สิ่งที่สำคัญนั้นคือมือต้องนิ่งมากๆ เอา แบบว่าตอนกดชัตเตอร์หยุด หายใจเลยได้ ยิ่งดี





Portrait การถ่ายภาพเน้นบุคคล


Portrait  คือการถ่ายภาพที่เน้นบุคคล นิยมตั้งรูรับแสงให้กว้างหรือก็คือการตั้ง f ต่ำๆ เพื่อให้ฉากหลังเบลอ ที่เรียกกันว่า ฉากหลังละลาย การตั้งรูรับแสงให้กว้างสุดได้เท่าใดขึ้นกับคุณภาพของเลนส์เป็นสำคัญ เลนส์ที่มีราคาสูงมักมี f ที่ต่ำกว่านั่นหมายถึงสามารถถ่ายฉากหลังให้ละลายได้มากกว่า เลนส์ที่นิยมได้แก่เลนส์ f 2.8 อีกประการนึงการที่รูรับแสงกว้างจะทำให้ความเร็วชัตเตอร์เร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ ถ้าตั้งโหมด AUTO หรือโหมด A ในกล้องทั่วไป การที่ความเร็วชัตเตอร์เพิ่มขึ้นทำให้ภาพไม่สั่น เมื่อขยายดูใกล้ๆจะเห็นความคมชัดของภาพ สูงกว่าภาพที่ถ่ายด้วยเลนส์ที่มีราคาต่ำกว่า

                วิธีการถ่ายภาพ Portrait ด้วยแสงธรรมชาติให้สวยทั้งแบบ Indoor และOutdoor จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมมากบ้างน้อยบางตามแต่สถานการณ์หรือแนวคิดของแต่ละ คน ที่เห็นนิยมกันมากก็จะมีแผ่นสะท้อนแสง (Reflector) หรือไฟแฟลชแบบชนิดติดหัวกล้อง บางคนมีความชำนาญมากหน่อยก็แยกแฟลชออกจากตัวกล้อง ในเรื่องของสถานที่ถ่ายภาพก็มีส่วนสำคัญในการทำให้ภาพพอร์ทเทรต ดู น่าสนใจขึ้น
ลักษณะของแสงในการถ่ายภาพพอร์เทรต
มีหลัก ๆ อยู่ 2 แบบคือ แสงนุ่ม และแสงแข็ง
1.              แสงนุ่ม คือ แสงในวันที่ฟ้าหลัว มีเมฆมาก หรือแสงจากภายในอาคาร หากเป็นแสงจากแฟลช ก็ต้องยิงผ่านซอฟท์บอ๊อกซ์ ผ่านร่มสะท้อน ร่มทะลุ หรือเครื่องกรองแสงประเภทต่าง ๆ เป็นแสงที่ให้ความสว่างกับวัตถุ แต่จะไม่มีเงาเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นน้อยมาก
          คุณสมบัติของแสงแข็ง คือ ให้คอนทราสต่ำ ให้รายละเอียดของวัตถุได้สูง ให้ภาพที่ดูนุ่มนวลตากว่า แต่ก็เป็นแสงประเภทที่ทำให้วัตถุดูแบน ๆ ขาดมิติ
2.           แสงแข็ง คือ แสงจากแหล่งกำเนิดแสงตรง ๆ แรง ๆ เช่น วันที่ฟ้าไร้เมฆ ดวงอาทิตย์ลอยเด่นทั้งวัน หรือแสงจากแฟลชที่ยิงเข้าวัตถุตรง ๆ โดยไม่ผ่านเครื่องกรองแสดงใด ๆ หรือแม้กระทั่งไฟจากสปอตไลทืที่ฉายเข้าววัตถุจากในระยะใกล้ก็ถือเป็นแสงแข็ง ได้เช่นกัน
คุณสมบัติของแสงแข็ง ก็คือ ให้ คอนทราสจัด ให้สีสันที่สดใสจัดจ้าน ให้ภาพที่ดูคมและแข็ง แต่ก็อาจทำให้วัตถุขาดรายละเอียดในบางส่วน เช่น ส่วนที่มีสีขาวจัด ๆ ส่วที่สะท้อนแสงด้ดี และส่วนที่อยู่ในเงามือด และก็เป็นแสงประเภทที่ทำให้วัตถุดูมีมิติ มีความลึกได้ชัดเจนกว่าแสงนุ่ม
เทคนิคเบื้องต้นสำหรับการถ่ายภาพพอร์เทรต
                การเลือกหรือจัดแสงว่าเราต้องการให้ภาพออกมาในอารมณ์หรือบุคลิคแบบไหน ก็จัดแสงให้ได้อย่างนั้น ความชำนาญเท่านั้นที่จะช่วยคุณได้ในกรณีนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการทำการบ้านให้หนัก ฝึกแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอาไว้เยอะ ๆ เมื่อเจองานจริง ๆ จะได้มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด
          การโฟกัส ต้องเน้นที่ตา ให้เข้าโฟกัสแบกริ๊บ ๆ ดีที่สุด จำไว้ให้ดีว่าการถ่ายภาพสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิด(ยกเว้นพืช) สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรจะให้ชัดก็คือดวงตา หูจมูกปาก อาจเบลอได้ไม่เสียหายอะไร แต่ถ้าดวงตาเบลอส่วนมากแล้วภาพนั้นจะเป็นภาพเสียมากกว่าภาพดี
          ช่อง รับแสง ควรเลือกใช้ช่องรับแสงอยู่ราว ๆ F/2.8-4  หรือ F/5.6 ก็ยังได้ ถ้าถ่ายในระยะใกล้มาก ๆ รับรองว่าฉากหลังยังไงก้เบลอ เพราะที่ช่องรับแสงกว้างสุดแถว ๆ F/1.2 หรือ F/1.4 หรือแม้แต่ F/1.8 นั้น หากถ่ายในระยะใกล้มาก ๆ ช่วงความชัดที่เกิดขึ้นว่ากันเป็นเซนติเมตร หรือาจจะแค่มิลลิเมตรเท่านั้น มือไม่นิ่ง แบบไม่นิ่งจริง หรือโฟกัสไม่ถูกตำแหน่งจริง ๆ จะเสียคนเอาได้ง่าย ๆ




Basic 09 ระวังเวลาถ่าย ภาพทะเล หรือ ภาพวิว อย่าให้ขอบฟ้าเอียง

       คำว่าขอบฟ้าเอียง ฟังดูแล้วอาจจะงง ดูรูปประกอบภาพที่ 1 จะเห็นว่า ท้องทะเลมันเอียง เห็นไหมครับ ไม่ควรให้เหตุการณ์เกิดขึ้นกับภาพของคุณนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทะเล วิว ภูเขา ถ้ามีเส้นขอบฟ้า หรือ นำสายตา ควรจะดูเสมอว่า ไม่เอียง นอกเสียจากว่าคุณจงใจจะให้เอียงเพื่อให้เกิดความสนุกสนาน ก็ไม่เป็นไร

                                        
      
        ภาพที่ 1 ขอบฟ้าเอียงเหมือนน้ำทะเลกำลัง จะหก เลยใช่ไหมครับ..อย่างนี้ไม่ดีครับ


                                        
       
        ภาพที่ 2 ภาพที่ดีขอบฟ้าควรจะขนาน และ ตรง ไม่เอียงดังตัวอย่างภาพนี้

สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
        1. จำไว้นะครับ ไม่ควรให้ขอบฟ้า ในภาพของคุณเอียง ทำให้ภาพนั้นเสียความงาม
 ไปได้ บางสถานที่เราไม่ได้ไปบ่อย ๆ 


ที่มา http://www.ohophoto.com