วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

Basic 05 จังหวะ จังหวะ จังหวะ ทำให้เราได้ภาพที่น่าสนใจ

         ตรงนี้ คงไม่ได้อยู่ที่กล้องราคาแพง หรือ มีคุณสมบัติเลศเลอ ครับ แต่เป็นความสามารถ ในการถ่ายในจังหวะที่ดีกว่า ย่อมได้ภาพที่ดูมีชีวิตชีวา มากกว่า บางคนถาพเหมือนกัน แต่ ทำไมดูดี หรือ ดูน่าสนใจต่างกัน ลองดูภาพด้านล่านี้แล้วประยุกต์ใช้กับ ภาพต่าง ๆ นะครับ

                                           
     

       ภาพที่ 1นกเดินเรื่อยเปื่อย เราสามารถถ่ายภาพนี้ได้ไม่ยาก เพราะนกพิราบเชื่อง กว่านกอื่น ๆ แต่ดูรูปที่ 2 พบว่า ภาพน่าสนใจกว่า

                                           
     

      ภาพที่ 2 กดชัตเตอร์ จังหวะที่นกมองมายังเราพอดี ดูตามันสิ .. รอจังหวะย่อมได้ภาพ ที่ดีขึ้น 

                                            
      

         ภาพที่ 3 ภาพคุณกา ที่มาเกาะอยู่ใกล้ ๆ ก็ว่าถ่ายยากเพาะไม่เชื่องเท่าไหร่แต่ธรรมดา เกินไป ครับ ลองดูภาพด้านล่างสิครับ

                                             
      

          ภาพที่ 4 กาาาาาาาาา กาาาาาาาาา พอคุณกา ร้อง กดชัตเตอร์พอดี เห็นไหมครับว่า ภาพตลก และ ดูมีชิวิตขึ้นมาทันที 

 สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
        1. ภาพบางภาพรอจังหวะ อีกนิด จะได้ภาพที่มีชีวิตชีวา
        2. 
ต้อง สังเกตุ และ คาดเดา ว่าจะมีเหตุการณ์อะไร น่าสนใจ แล้วกดชัตเตอร์ให้ทัน
           ทำให้ภาพนั้นมีคุณค่ามากขึ้น หลายคน ถ่ายตอนกระโดด ก็มี หรือ ถ่ายภาพตอน
           กำลังหัวเราะ อะไรทำนองนี้ หรือ ถ้าคุณถ่ายแมว หาว งูแลบลิ้น ได้อะไรทำนองนี้
           ภาพที่ได้จะน่ารักมากครับ ลองดูนะครับ จังหวะ จังหวะ จังหวะ

ที่มา http://www.ohophoto.com

Basic 04 ทางยาวโฟกัส ง่ายมาก ไม่พูดเลยเดี๋ยวพื้นฐานจะไม่ครบ จ้า...

           เวลาเพื่อน ๆ ซื้อกล้องมาเคยสังเกตุไหมครับว่าซูมสูงสุดได้เท่าใด เรารู้ได้จากกล้องจะตัวเลขบอกไว้ เช่น 35-105 mm หรือ 28-200 mm บางที ก็ดูง่าย ๆ ที่ 3 X , 6 X10 x , บางรุ่น ถึง 12 x หรือ 420 mm เลยทีเดียว
ทางยาวโฟกัส ยิ้งน้อย คือ 28 , หรือ 35 เรียกว่า มีเลนส์มุมกว้าง ทำให้ถ่ายภาพได้มากกว่าในระยะเดียวกัน คือ อยู่ในห้องแคบ ๆ ก็ถ่ายคนยืนหน้ากระดานได้ นับ 10 คน แต่กล้องบางตัว ต้องออกไปถ่ายนอกประตูห้อง เลยทีเดียว อย่างนั้น แสดงว่ามีทางยาวโฟกัสต่ำสุดมากทางยาวโฟกัส ตั้งแต่ 80 mm ขึ้นไปเราเรียกว่า เลสน์ซูม หรือ ถ่ายไกล คือ สามารถดึงรูปที่อยู่ไกล ๆ มาให้อยู่ไกล้ ๆ ได้ ดูภาพด้านล่างประกอบนะครับ แล้ว ในการเลือกซื้อกล้องก็อย่าลืมดูเสมอ ว่ามีเลสน์ที่มีทางยาวโฟกัส เท่าใด เพียงพอกับการใช้งานหรือไม่..รูปทั้ง 4 รูป ด้านล่าง ผมยืนถ่ายรูป จากที่เดียวกัน จุดเดียวกันแต่ถ่ายภาพด้วยทางยาวโฟกัสที่ต่างกัน ได้ผลต่างกัน ดังนี้ครับ


                                          
       

          ภาพที่ 1ถ่ายด้วยมุมกว้างสุด คือ 28 mm จะเห็นว่ามองเห็นได้กว้างไกล ทำให้เลนส์ มุมกว้างนี้เหมาะกับการถ่ายภาพวิว เป็นอย่างยิ่ง หรือ ถ่ายในอาคาร ก็ทำให้เราเห็นได้มาก กว่าปรกติ ไม่ต้องถอยออกไปไกลเวลาถ่ายรูป

                                          
       

           ภาพที่ 2 ถ่ายด้วยความยาวโฟกัส 100 mm เห็นไหมครับว่าใกล้ขึ้นมาก
                   

                                          
       

            ภาพที่ 3 ถ่ายด้วยความยาวโฟกัส 150 mm
                   

                                          
      

           ภาพที่ 4 ถ่ายด้วยความยาวโฟกัส 200 mm ถ้าดูเทียบกับรูปแรก เห็นได้ชัดเลยว่ากล้องสามารถซูมเข้าไปใกล้มาก ทั้ง ๆ ที่ยืนที่เดิม เข้าใจเรื่องทางยาวโฟกัสดีแล้วนะครับคราวนี้ แต่มีปัญหาที่ต้องระวัง 2 ประการ คือ ขณะที่ซูมมากๆ ความสว่างของกล้องและ ความไวของชัตเตอร์ จะลดลง ทำให้เราต้องถือกล้องให้นิ่งที่สุด หรือ ใช้ขาตั้งกล้อง ซึ่งหลายคนจะพบว่า เวลาซูมมาก ๆ ภาพที่ได้อาจมีการเบลอ บ้าง ด้วยเหตุผลนี้เองครับ

สรุป เราได้อะไรจากบทนี้

        1. เลนส์มุมกว้าง คือค่าน้อยกว่า 35 mm ทำให้เราถ่ายได้พื้นที่ภาพมากขึ้น
        2. 
เลนส์ซูม หรือ เลนส์เทเล หรือ เลสน์ถ่ายไกล แล้วแต่จะเรียก ทำให้เราดึงวัตถุ
          ที่อยู่ไกล ๆ ให้เข้ามาใกล้ได้ ทำให้ไม่ต้องเข้าไปหาวัตถุนั้นมากเกินไป
        3. ขณะที่ถ่ายด้วยการซูม ให้ถือกล้องนิ่ง ๆ เพราะปกติ ความเร็วชัตเตอร์จะลดลง
          หากไม่นิ่งภาพอาจเบลอได้ หรือ ควรใช้ขาตั้งกล้อง เช่นถ่ายภาพนก เป็นต้น

ที่มา  http://www.ohophoto.com

Basic 03 ถ่ายภาพนก ได้มาแต่ลูกกรง แก้ไขอย่างไร

            ปัญหานี้มักเกิดขึ้นตอนเราไปเที่ยวสวนสัตว์ ใช่ไหมครับ ถ้ามือเก่า ๆ (อาจแก่ด้วย) ก็คงไม่มีปัญหากับการถ่ายภาพในกรง วิธีการแก้ไข ตรงนี้ มือใหม่ ถ้าทำได้ ก็ถือว่าเก่งขึ้นแล้วครับไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพียงรู้จักการกดชัตเตอร์ ลงครึ่งเดียว มือใหม่หลายคน ไม่ยอม หรือไม่เคยรู้เลยครับ ว่าแค่กดชัตเตอร์ลงครึ่งเดียว ก่อนการกดจริง จะทำให้ได้ภาพที่ดี ๆ มากขึ้น   วิธีการคือ เล็ก โฟกัส ไปที่นก แล้วกดชัตเตอร์ ลงครึ่งเดียว พอกล้องจับภาพนกในกรงชัดก็จะมีเสียง ติ๊ดๆ เสียง กล้องนะครับ ไม่ใช่รอฟังเสียงนะ..แฮะ ๆ ก็กดชัตเตอร์ลงไปให้สุดจนตัด แชะ เท่านี้ก็ได้ภาพนกแล้วครับอีกสักนิด หากว่าเล็งอย่างไร ก็มียอมโฟกัสทะลุกรงได้ เกิดกับกล้องบางชนิดที่อาจมีความสามารถในการโฟกัส ไม่ดีหรือดีเกิน ใช้วิธีง่าย ๆ คือ ดูระยะว่านกห่างจะกรง กี่เมตร สมมุติว่าหากจากกรง 2 เมตร เราก็เอากล้องไปถ่ายสถานที่ข้างเคียงหาวัตถุอะไรก็ได้ที่ห่างกล้องประมาณ 2 เมตร มีสภาพแสงไม่ต่างกันนัก เล็งวัตถุอันนั้น แล้วกดชัตเตอร์ ให้โฟกัส แล้ว ก็ค้างไว้ ค้างไว้ รีบหัน กลับมาที่กรง เล็งนกตัวเดิม แล้วกด แชะ เลย รับรองวิธีนี้ไม่มีพลาดลองดูนะครับ แล้วจะได้ความรู้ เพิ่มความสามารถในการใช้กล้องขึ้นถึง 2 แบบเลยคราวนี้

                                               
       

         ภาพที่ 1 ถ่ายภาพนก แต่ กล้องโฟกัส ที่กรงเลยไม่เห็นนกเลย

                                              
      

         ภาพที่ 2 หลังจากโฟกัสไปที่นกก่อน แล้วค่อยกดโฟกัส ค้างไว้จนชัด แล้ว กดชัตเตอร์ จะเห็นว่าเราได้ภาพนกที่ชัดเจน แทบจะไม่เห็นกรงเลย 

                                              
       ภาพที่ 3 หากฝึกจนชำนาญ ก็แทบจะทำให้กรงหายไปเลยครับ หรือ หากเรานำไปตกแต่งเล็กน้อย คือตัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นตัวนกก็จะได้ภาพงาม ๆ เลยทีเดียวละ..


  สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
        1. ควรกดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง ทุกครั้ง ก่อนถ่ายภาพ เพื่อโฟกัสก่อน
        2. 
หากการโฟกัสยากในบางสถานการณ์ ก็ให้โฟกัส ที่อื่นที่ระยะเท่ากันก่อนแล้ว
          ค่อยกลับมา กดชัตเตอร์ ภาพที่เราต้องการ แต่การโฟกัสที่อื่น ควรมีสภาพแสงที่
          เหมาะสมด้วย นะครับ

ที่มา http://www.ohophoto.com

Basic 02 ถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น ด้วยการเพิ่มค่า ความไวแสง

          จริง ๆ แล้วเรื่องความไวแสง หรือ ค่า ISO นั้น บางคนบอกว่าไม่น่าจะเป็นความรู้ระดับเบื้องต้น แต่ผมมองต่างกันครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ๆ และ เป็นปัญหาคาใจของนักถ่ายรูปมือใหม่ คือ ทำไม ภาพ เบลอ บางครั้งกล้องคุณป้องกันการสั่นของมือได้ แต่ปัญหา คือ ภาพที่คุณถ่าย ไม่นิ่งครับ ต่อให้มือคุณไม่สั่นเลย ก็ไม่อาจถ่ายภาพคมชัดได้ หากไม่ตั้งค่า ความไวแสง หรือ ISO ให้ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่กล้องทุกวันนี้ มีค่า ISO สูง ๆ กันแล้วทั้งนั้น เราเสียเงินซื้อกล้องแพง ต้องรู้จักใช้ หลักการคือ เมื่อถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อยหรือ ภาพที่เคลื่อนไหวเร็ว ๆ และแสงไม่พอ อย่าลืมเพิ่มค่า ISO ให้สูงขึ้นด้วยแต่ ถ้าในสภาพแสงดี จงถ่ายด้วย ISO ที่ต่ำที่สุด คือ 100 หรือ 200 เพื่อให้ภาพที่ดีเพราะผลของการเพิ่มค่า ISO คือ จะได้ภาพที่มีเม็ดสีหยาบ หรือที่เรียกว่า noise ครับ

                                         
       

         ภาพที่ 1 ถ่ายภาพ การแสดง ด้วย ISO 200 ทำให้ ภาพไม่คมชัดพอ ไม่สามารถเอาไปโชว์เพื่อน ๆ ได้แล้ว และ เก็บไว้ก็เปลืองพื้นที่ด้วยสิ

                                         
       

          ภาพที่ 2 ปรับค่า ISO ของกล้องเป็น 400 เห็นไหมครับว่า สวยและคมขึ้นได้แสงที่สว่างมากขึ้นด้วย และ ยังเห็นดาบ เป็นความเคลื่อนไหว ที่ดีพองาม คือรู้สึกได้ว่ากำลังสู้กันอยู่ ไม่ได้ ยืนนิ่ง ๆ เอาดาบชนกัน 

                                          
       

          ภาพที่ 3 ภาพนี้ ISO 800 ครับหยุดความเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นมากเลย สังเกตุให้ดีเห็นคนที่นอนหงายท้อง พึ่งจะล้มลง และ ดาบที่ฟันกัน นั้นยังเห็นประกายไฟ กระจายด้วย ภาพก็สว่างมากขึ้น ได้อารมณ์ดี เห็นไหมครับว่าเพียงเราเพิ่มค่า ISO เท่านั้นก็ถ่ายภาพแบบนี้ได้แล้ว แต่ก็ต้องฝึกฝนนะครับ มือใหม่ ก็จะได้กลายเป็นมือโปร กะเขาได้ เอาใจช่วย..นะ


  สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
        1. เมื่อต้องถ่ายภาพในที่มีแสงน้อยและภาพเคลื่อนไหว อย่าลืมเพิ่ม ISO
        2. 
การเพิ่มค่า ISO หรือ ค่าความไวแสงของกล้อง ทำให้กล้องมีความเร็วชัดเตอร์ขึ้น
        3. สำคัญที่สุดเลย อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืม ปรับ ISO กลับไปที่ 100 เหมือนเดิม
          หลังจากถ่ายรูปในที่แสงน้อยเสร็จแล้ว ตรงนี้สำคัญที่สุด ฝึกให้คุ้นเคย .. นะครับ

ที่มา http://www.ohophoto.com

Basic 01 เทคนิคง่ายสุด ๆ มุมมองที่ดีทำให้รูปคุณสวยขึ้น

        ภาพทั้ง 3 ภาพด้านล่างนี้ถ่าย ที่สถานที่เดียวกัน เวลา ใกล้เคียงกัน แต่มุมมองต่างกันก่อนถ่ายภาพทุกครั้ง ถ้าเรานึกมุมมองก่อน เราจะได้ภาพที่ดีขึ้น ในตัวอย่างที่ 1 นี้มุมมอง ให้ความสำคัญที่ ฉากหลัก ดูตัวอย่างพร้อมคำอธิบายประกอบ นะครับ

                                       
       

         ภาพที่ 1 เห็นว่าฉากหลังไม่สวย คือ กดชัตเตอร์ ลงไปเลย โดยไม่ได้คำนึกถึงภาพที่ออกมา ผลก็คือ ฉากหลังดูรก รุงรัง ดูแล้วขัดตาต่างจาก 2 ภาพด้านล่าง

                                       
       

         ภาพที่ 2 ภาพนี้ถ่ายโดยย่อตัวลงมาต่ำกว่าภาพที่ 1 เลือกฉากหลักที่เป็นกำแพงขาว ๆแทนที่จะรกเหมือนภาพแรก ก็ทำให้ภาพดูดีขี้น โดดเด่น คือสิงโต และ ดอกบัวเด่นขึ้น

                                      
       

         ภาพที่ 3 ภาพนี้ต่างกัน คือเข้าไปใกล้ สิงโตให้มากที่สุด และ มองจากมุมสูงลงมาเลือกฉากหลังที่เป็น สระน้ำมีใบบัวอยู่ด้วย เพื่อรับกับ ดอกบัวที่บูชาอยู่หน้าสิงโตบนใบบัวก็ยังมีหยดน้ำอยู่อีก ภาพที่ให้ความรู้สึกที่ดีกว่า 2 ภาพแรกใช่ไหมครับ แต่ถ้าคุณชอบเห็นสิงโตชัด ๆ ก็เลือกแบบภาพที่ 2 จะดีกว่าครับ


  สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
        1. ก่อน กดชัตเตอร์ ลองมองดูฉากหลักของรูปด้วย เพื่อจะได้ภาพที่ดีขึ้น
        2. 
มุมมองที่ต่างไป คือ ก้ม เงย เอียง ล้วนมีผลทำให้ได้ภาพที่ต่างไป ก่อนถ่ายรูป
           ลอง ก้ม หรือ เงย ดู บ้างอาจได้มุมมองที่ น่ารัก น่าสนใจ ขึ้นนะครับ


ที่มาจาก  http://www.ohophoto.com